| NaNA*~ Scholar ![]() Lv. 13 EXP: 110 to next Lv: 16 Join: Sep 2006 |
| ||||||
2006/Dec/25
2006/Dec/07
THE HERO OF INFALRIN // DAHLIA : acc1
ดวงตะวันยามบ่ายสาดแสงส่องไปทั่วบริเวณ กระทบผิวแม่น้ำใหญ่ส่องประกายระยับจับตาทุกครั้งที่เหลียวมอง สายน้ำไหลเอื่อยๆดูเย็นใจแต่เปี่ยมด้วยพลังอันน่าเกรงขาม ทอดตัวยาวสุดสายตาเคี้ยวคดผ่านไปตามช่องเขาไกลโพ้น ต้นไม้ใหญ่น้อยนับร้อยพันงอกเงยชูกิ่งก้านระเกะระกะไปตลอดแนวที่ราบลุ่มแม่น้ำ แต่ไม่ทึบนักเพราะแสงแดดยังพอส่องทะลุลงมายังผืนดินเบื้องล่างได้ แลเห็นสรรพสัตว์หลายหลากเคลื่อนไหวตัวคล้อยกับกระแสต้นไม้ที่เอนเอียงตามลมพัดโชยมาเรื่อย กวางฝูงย่อมๆพากันลงจิบน้ำริมตลิ่งอย่างสงบ บ้างก็เห็นช้างป่าและสัตว์อื่นลงเล่นน้ำกันอย่างพึงใจ แต่บริเวณนั้นกลับปรากฏร่างหนุ่มน้อยนายหนึ่งเอนกายหลับใหลอยู่ใต้โคนไม้ใหญ่ริมน้ำไม่ไกลจากฝูงสัตว์อย่างสบายในอารมณ์ เขาแต่งตัวคล้ายนักรบ เกราะเหล็กสีเงินวาวที่ดูไม่แข็งแกร่งนักสวมทับส่วนหน้าอกและแขนขาเข้ากับชุดผ้าฝ้ายสีขาวแบบผู้ดีเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาหลับตาพริ้มกับผมดำยาวสยายราบไปกับพื้นดูงดงามราวกับหญิงสาวแรกรุ่น ข้างตัวมีดาบเหล็กยาวคู่ใจที่ยังมิดชิดอยู่ในฝักวางเอาไว้รวมกับถุงสัมภาระขนาดพอเหมาะแต่มีถึงสองใบด้วยกัน พร้อมกับเสื้อผ้าและชุดเกราะเหล็กที่คล้ายกับหนุ่มน้อยผู้นี้สวมใส่อยู่ถอดวางเคียงไว้เหมือนบริเวณนี้ไม่ได้มีมนุษย์แค่เขาเพียงคนเดียว
เหวอ...!!! รีเซ่ !!! ช่วยข้าด้วย !!! เสียงร้องเรียกที่ร้อนรนและฟังคุ้นเคยนั้น ปลุกรีเซ่หนุ่มให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล เขาลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วกวาดตามองไปรอบๆเพื่อหาต้นเสียง พลันก็พบหนุ่มน้อยเพื่อนรักของเขากำลังตะเกียกตะกายว่ายอยู่ในแม่น้ำเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง จระเข้มันไล่กินข้า!!!
เจ้าจ๋อบ้า แค่จระเข้ไล่กัดเนี่ยนะ ร้องซะลั่นเชียว รีเซ่พูดพลางถอนหายใจยเบื่อหน่าย เรื่องของแกเถอะ ข้าจะนอนต่อ จระเข้ตัวแค่นั้นแกน่าจะจัดการได้นะแซ็ค พูดจบเขาก็เอนตัวลงที่โคนไม้เดิมนั้นโดยไม่สนใจเพื่อนที่กำลังลอยคอในแม่น้ำอันกว้างใหญ่
รีเซ่..... แกหลับตาพูดหรือไง!!! แซ็คร้องเรียกเสียงหลง ผมสีแดงเพลิงของเขายุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตาเพราะเปียกน้ำชุ่ม เขาพยายามแหวกว่ายอย่างสุดชีวิตเข้าหาฝั่งเพื่อหนีห่างจากสิ่งที่ไล่ล่าเขาอยู่ ด้านรีเซ่ที่คิ้วขมวดด้วยความรำคาญเต็มทีเพราะเสียงหวีดร้องชวนปวดหัวของเพื่อน เขาจึงลุกพรวดขึ้นมาอีกครั้งหมายจะต่อว่าเพื่อนรักให้เงียบปากเสียที แค่จระเข้าแม่น้ำมันจะร้ายกาจเท่าใดนัก แต่ก็ชะงักไว้เพราะเมื่อหันเห็นกับตาแล้วว่าเงาดำทมึนด้านหลังหนุ่มน้อยผมแดงที่โผล่ขึ้นพ้นผิวน้ำมันเป็นเจ้าจระเข้ยักษ์ขนาดใหญ่โตมหึมาแตกต่างกว่าจระเข้แม่น้ำที่เขาเคยพบเจอหลายสิบเท่านัก แววตาเหี้ยมเกรียมแดงก่ำบ่งบอกถึงความดุร้ายเหลือคณาผิดธรรมชาติ แม้ลักษณะภายนอกของเจ้าตัวนี้จะไม่ต่างกับลูกหลานของมันแต่เพียงแค่ซี่ฟันก็ใหญ่เกินแขนของพวกเขาทั้งคู่แล้ว
เอามันมาทางนี้ทำไม!!! พูดจบรีเซ่หนุ่มก็คว้าดาบคู่ใจพร้อมกับถุงสัมภาระของตนขึ้นสะพายหลังอย่างแคล่วคล่อง เขารีบรุดวิ่งออกจากจุดนั้นอย่างสุดชีวิตพร้อมๆกับเหล่าสัตว์ทั้งหลายที่พากันหนีเข้าป่าด้วยความตื่นกลัว เจ้าจระเข้ยักษ์อ้าปากกว้างจนเห็นแทบจะทุกซี่เขี้ยวปราดเข้างับแซ็คที่ยังตะกายไม่ถึงฝั่ง หนุ่มหัวแดงก็ยังว่องไวพอที่จะเอี้ยวตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่เหมือนโชคช่วยเขาเมื่อคลื่นน้ำที่เกิดจากการโจมตีเมื่อครู่ด้วยปากอันใหญ่ยักษ์สมตัวของจระเข้นั้นรุนแรงพอที่จะกระแทกแซ็คจนกระเด็นเข้าหาตลิ่งได้โดยเร็ว เมื่อตั้งหลักได้เขาก็ลุกขึ้นแล้วเข้าไปหยิบถุงสัมภาระพร้อมกับเสื้อผ้าของตนเพื่อเตรียมจะรีบสวมใส่เพราะตอนนี้แซ็คเปลีอยเปล่าล่อนจ้อนแต่ก็นุ่งชั้นในทันแค่อย่างเดียวเพราะเจ้ายักษ์สี่ขามันตะกายขึ้นฝั่งตามมาแล้ว เขาจึงรีบวิ่งกระเตงสัมภาระที่เหลือตามรีเซ่ไปโดยเร็ว
รีเซ่ ข้าจะกินแกแทนมัน...!! แซ็คตะโกนไล่หลังเพื่อนรักที่วิ่งนำไปไกลแล้ว แต่ด้วยความสามารถคล้ายลิงจ๋อผนวกกับร่างกายที่กำยำกว่าเพื่อนแต่ไม่ถึงกับบึกบึนมากทำให้ตัวเขาทั้งวิ่งทั้งใต่โหนต้นไม้วิ่งห่างจระเข้ยักษ์นั่นได้ไม่ยาก แต่มันก็ยังไม่เลิกราที่จะไล่ล่าเขา ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเข้ากับร่างกายกันใหญ่โตผิดธรรมชาติของมันทำให้ไล่กระชั้นแซ็คเข้าไปอีก แต่ละก้าวที่เดินนั้นฝากรอยเท้าใหญ่ยักษ์ไว้ทั่ว เสียงดังอึกทึกไปทั่วบริเวณ ต้นไม้ล้มระเนระนาดตามทางที่มันผ่าน สัตว์ป่าต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอลหม่านด้วยความตื่นตกใจ ปากก็ยังคงไล่งาบงับแซ็คไปเรื่อยแต่ก็พลาดตลอด เพราะความรวดเร็วคล่องแคล่วเขา ยิ่งในป่าอย่างนี้ทำให้เขาห้อยโหนกระโจนทยานไปตามต้นไม้อย่างสนุกใจ ไม่นานก็ทันรีเซ่เพื่อนรักที่ออกตัวไปก่อนหน้าสักครู่ ด้านรีเซ่เพื่อนหนุ่มก็ไม่เอะใจแม้แต่น้อยที่แซ็คไล่ตามมาทัน เพราะรู้ดีว่าว่าลิงน้อยคนนี้รวดเร็วปานสายลมอยูแล้ว
ลุยกันมั้ย หนังกับเขี้ยวมันท่าจะแพงนะ แซ็คเอ่ยถามเพื่อนขณะกำลังพากันวิ่งหนีอสูรกายยักษ์เบื้องหลังกันอย่างสุดชีวิต นี่มันบนบกแล้วนะพวก มันคงไม่ร้ายเกินคิงคองเมื่อวานหรอก คิดว่านะ...
ถ้าพลาดแล้วข้าตายขึ้นมา ข้าจะข้าแก!! เมื่อคำตอบที่หมายถึงตกลงหลุดออกจากปากรีเซ่ ทั้งสองคนก็หันหลังกลับประจัญหน้าเจ้าจระเข้ยักษ์นั้นทันที มันอ้าปากพร้อมปราดพุ่งเข้างับทั้งสองหนุ่มทันควันแต่แซ็คกับรีเซ่ก็กระโจนลอยตัวหลบพ้นไปได้ แซ็คนั้นคว้ากิ่งไม้ใหญ่ไกล้ๆแล้วโหนไว้ได้ทันก่อนจะร่วงลงมาสู่คมเขี้ยวของอสูรกายนั่นที่อ้าปากรอรับไว้แล้ว ส่วนรีเซ่ชักดาบออกจากฝักแล้วกระชับให้แน่นมือทันที ดาบเหล็กกล้าเรียวยาวสะท้อนแสงวาบบ่งบอกถึงความคมกริบเกินจินตนาการ เขาทิ้งตัวลงมายังอสูรกายยักษ์หมายจะเสียบดาบเข้าที่ตาของมันแต่ก็พลาดไป เพราะเจ้าตัวโตหันตัวกลับทันควันแล้วสะบัดหางอันใหญ่โตฟาดเข้าใส่รีเซ่หนุ่มอย่างจังจนลอยลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้โครมใหญ่ มันพุ่งเข้าใส่รีเซ่ที่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้นทันที แต่เขาก็ยังมีแรงพอที่จะกระโจนหลบออกไปจากคมเขี้ยวมันได้ พละกำลังอันมหาศาลของมันบดต้นไม้ต้นนั้นแหลกเหลวคาปากได้อย่างง่ายดาย
โทษทีเพื่อน รู้สึกว่าเจ้านี่หางมันจะใหญ่กว่าเจ้าจ๋อตัวโตเมื่อวานแฮะ!!! แซ็คที่โหนตัวอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ตะโกนคุยกับเพื่อนตนอย่างขบขันเมื่อมองเห็นรีเซ่หมดสภาพเมื่ออยู่ต่อหน้าอสูรกายยักษ์นั่น
ถ้าอย่างนั้นจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้นพรุ่งนี้ แกปกป้องข้าด้วยละกันนะรีเซ่!!
พูดจบแซ็คก็ล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าของตน เขาหยิบบางอย่างออกมาจากข้างในนั้นดูแล้วคล้ายกับสนับมือทั่วไปแต่แปลกที่มันขนาดใหญ่เกินกว่าธรรมดาเป็นเท่าตัว ทั้งรูปร่างที่ประหลาดอย่างกับค้อนเหล็กมากกว่าและมีหินสีคล้ายจะเป็นพลอยมรกตฝังอยู่ด้านหน้าอีกด้วย เขาละถุงผ้านั้นทิ้งลงพื้นพร้อมกับปล่อยมือจากกิ่งไม้ให้ตนเองร่วงหล่นลงมา แล้วสวมสนับนั้นเข้าที่มือขวาทันทีอย่างคุ้นมือเสร็จก่อนที่จะตกลงมายืนทรงตัวนิ่งบนพื้นดิน เจ้าจระเข้ายักษ์ที่กำลังเคี้ยวต้นไม้อย่างสนุกปากก็เหลียวหันกลับมามอง มันจำได้ทันทีว่านี่แหละคือสิ่งที่มันไล่ตามมาจนถึงตรงนี้ มันคายเศษไม้นั้นทิ้งแล้วตั้งท่าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพุ่งปราดเข้ามาใส่แซ็ค
เจ้าแซ็คเอ๊ย...วิ่งหนีจะง่ายกว่ามั้ย รีเซ่รำพึงกับตัวเองเบาๆเหมือนรู้ดีว่าเพื่อนรักนั้นจะทำอะไร เขาเก็บดาบเข้าในฝักเพราะมั่นใจว่าไม่ต้องใช้มันอีกนอกจากเอาตัวเขี้ยวยาวงามนั้นออกมาจากปากเจ้าสัตว์น้ำสี่ขา ถ้าระหว่างคืนต้องมาเจอกับตัวพรรค์นี้อีกแล้วจะเอาอะไรไปล้มมันเล่า...
จระเข้ยักษ์อ้าปากกว้างพร้อมจะเข้างับแซ็ค เขาตั้งสมาธิแล้วพุ่งตัวหลบไปด้านข้าง แต่หางมหึมาของมันก็ตวัดตามเข้ามาอีก คราวนี้เขากระโดดลอยตัวหลบได้พ้นและลงมาเกาะหางนั้นไว้แน่ ต้นไม้ที่อยู่รอบด้านก็โดนลูกหลงหักโค่นลงนับสิบต้น แซ็คไต่ตามหางของมันขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่ยอมง่ายๆพยายามสะบัดทั้งตัวทั้งหางหวังจะให้มนุษย์น้อยผู้นี้ร่วงลงไป แซ็คเกาะตามเกล็ดแข็งของมันไว้แน่นไม่ยอมร่วงง่ายๆและค่อยๆใต่ไปเรื่อยจนถึงหัวใหญ่ยักษ์ของมัน
ถ้าแกตื่นมาแล้วเขี้ยวหายไปสักซี่ก็ไม่ต้องคิดมากนะ พูดจบเขาก็เงื้อหมัดขวาขึ้นส่วนอีกมือหนึ่งก็เกาะเกร็ดของมันไว้ น่าประหลาดนักที่เหมือนกับมีประกายแสงคล้ายกับสายฟ้าห่อหุ้มสนับมือของเขาไว้อย่างอัศจรรย์ยามแซ็ครวมพลังไว้ที่ปลายหมัด
ฝันดี...
ฉับพลัน แซ็คก็ซัดหมัดนั้นเข้าใส่ที่กลางหัวของมันอย่างเต็มแรง เกิดแสงสว่างจ้าพร้อมเสียงดังสนั่นกัมปนาทเหมือนดั่งฟ้าฝ่าโครมใหญ่ เจ้าอสูรยักษ์นั่นสิ้นสติทรุดลงไปในทันที พร้อมกับร่างของแซ็คที่อ่อนแรงจนร่วงตกลงมา แต่ไม่ทันจะกระแทกกับพื้นเพราะรีเซ่เข้ามารับตัวไว้ได้ทันท่วงที
ถามจริงเถอะ แกไปทำอีท่าไหนเจ้าจิ้งจกนี่มันถึงอยากจะกินแกนัก...? รีเซ่ถามพลางวางเพื่อนรักลงนอนบนพื้นดินแบบไม่นุ่มนวลมากนัก เสร็จแล้วเขาชักดาบออกมาจากฝักอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังเจ้าจระเข้ยักษ์ที่นอนอ้าปากกว้างหมดสภาพอยู่ตรงนั้นทันที รีเซ่เล็งที่ฟันเขี้ยวขวาของมันที่ดูเรียวยาวสวยส่องประกายอย่างกับเพชรพลอย แล้ววาดดาบขึ้นฟันฉับลงไปเต็มแรงจนเขี้ยวงามนั้นขาดกระเด็นออกมาอย่างไม่ยากเย็น
...ข้าเจอกระเบนตัวเบ้อเริ่มเลยเพื่อนใต้แม่น้ำนี้น่ะ ก็เลยกะจะจับมาย่างกินให้อร่อยเหาะไปเลย ไม่นึกว่าเจ้ายักษ์นี่ มันจะเห็นพร้อมข้าน่ะสิ ก็เลย...
พูดยังไม่ทันจบรีเซ่ก็เคาะหัวแซ็คดังโป๊กด้วยด้ามดาบพลางถอนหายใจอย่างระอาอีกครั้งในการกระทำของเพื่อน เพราะไอ้ความช่างกินของแกเนี่ยรู้มั้ยว่ามันทำให้เราต้องลุยกับไอ้ตัวโตอย่างนี้สองครั้งในสามวันเชียวนะ เมื่อวานก็ไปแย่งกล้วยภูเขาจากเจ้าคิงคอง วันนี้ก็มาปลากระเบนอีก ข้าละเบื่อหน่ายกับแกจริงๆ เขามองค้อนแซ็คด้วยสายตาที่พอจะทำให้ลิงจ๋อคนนี้สลดได้ไม่น้อยทีเดียว จนกว่าจะไปถึงคาลิบอร์ ถ้าแกยังใฝ่กินอะไรพรรค์นี้อีกข้าจะตัดแขนแกทีละข้างนะจำไว้...
พูดจบรีเซ่ก็เดินไปหยิบเขี้ยวงามอันนั้นมาใส่ในถุงผ้าแล้วสะพายขึ้นบ่า รวมถึงถุงสัมภาระของแซ็คที่กองอยู่ไม่ไกลกันด้วย เสร็จแล้วเขาก็หันกลับมายังเพื่อนรักที่นอนยิ้มแหงมองเขาอยู่ด้วยสายตาอ้อนวอน
ภาระจริงๆนะ แก...
แม้จะบ่นแต่รีเซ่ก็แบกแซ็คขึ้นหลังแล้วออกเดินทางต่ออย่างเต็มใจ เพราะแม้จะนอกลู่นอกทางไปบ้างแต่เจ้านี่ก็เป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเขาตั้งแต่วัยเยาว์ ทิ้งให้เจ้าจระเข้ยักษ์นั้นนอนสลบไศลอยู่เบื้องหลัง ป่ายามนี้กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วฟังแล้วเย็นใจเป็นที่สุด อีกทั้งผีเสื้อป่าสวยงามที่บินว่อนไปมารอบๆตัวเหมือนจะให้พรกับทั้งคู่ จากแผนที่ จุดต่อไปที่พวกเขาจะไปถึงเมื่อออกจากป่านี้แล้วก็คือเมืองท่าฟรอนเซ่น เมืองท่าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในทวีปอินแฟลริน อันเป็นทางผ่านที่จะทำให้พวกเขาไปถึงคาลิบอร์ได้เร็วที่สุด
edit @ 2006/12/07 09:55:02
edit @ 2006/12/07 10:23:01
